เหล็กเส้นกลม 2หุน 3หุน 4หุน RB มอก. 20-2559 เกรด SR24

คุณสมบัติสินค้า:

เหล็กเส้นกลม RB เป็นเหล็กเสริมคอนกรีตผิวเรียบ ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 ชั้นคุณภาพ SR24 มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ RB6–RB25 ความยาวมาตรฐาน 10–12 เมตร เหมาะสำหรับใช้เป็นเหล็กปลอกเสา/คาน งานพื้น และโครงสร้างทั่วไปที่ไม่ต้องรับแรงดึงสูงมาก ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตอย่างคุ้มค่า

Share

เหล็กเส้นกลมคืออะไร? เลือกยังไงให้ได้มาตรฐาน มอก. และคุ้มค่าที่สุด

เหล็กเส้นกลมคือเหล็กเสริมคอนกรีตรูปทรงยาวหน้าตัดกลมผิวเรียบที่ใช้เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างคอนกรีตในงานก่อสร้างเกือบทุกประเภท ทั้งบ้าน อาคาร สะพาน และโครงสร้างอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยช่วยให้โครงสร้างรับแรงดึงได้ดีขึ้นและลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวของคอนกรีต

ในการเลือกเหล็กเส้นกลมที่ดี เจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรให้ความสำคัญกับมาตรฐาน มอก. ขนาดและน้ำหนักต่อเมตร รวมถึงการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารอยู่ในระดับที่เหมาะสม


เหล็กเส้นคืออะไร? ใช้ในงานก่อสร้างส่วนไหนบ้าง

เหล็กเส้นคือวัสดุก่อสร้างรูปทรงยาวที่ผลิตจากเหล็กกล้าหรือเหล็กคาร์บอนโดยเฉพาะเพื่อใช้เสริมแรงในคอนกรีต ทำหน้าที่รับแรงดึงและช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและทนทานมากกว่าการใช้คอนกรีตเพียงอย่างเดียว

เหล็กเส้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ (RB) และเหล็กเส้นข้ออ้อยผิวมีบั้ง (DB) ซึ่งแต่ละชนิดเหมาะกับงานก่อสร้างที่แตกต่างกันตามการออกแบบและระดับแรงที่ต้องรับ

  • ใช้เสริมโครงสร้างฐานราก เสา คาน และพื้นคอนกรีต
  • ช่วยเพิ่มความต้านทานแรงดึง ทำให้คอนกรีตไม่เปราะและแตกง่าย
  • ใช้ทั้งในงานบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และโครงสร้างโครงการขนาดใหญ่

ประเภทของเหล็กเส้นที่นิยมใช้

เหล็กเส้นที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปสามารถแบ่งได้ตามลักษณะผิวและมาตรฐานที่กำหนดไว้ ดังนี้:

  • เหล็กเส้นกลม (RB) ผิวเรียบ ใช้ในงานทั่วไปและงานที่ไม่ต้องรับแรงดึงสูงมาก เช่น เหล็กปลอก เสริมพื้น หรือโครงสร้างรอง
  • เหล็กเส้นข้ออ้อย (DB) ผิวมีบั้งเพิ่มแรงยึดเกาะกับคอนกรีต เหมาะกับงานโครงสร้างหลักที่รับแรงสูง เช่น เสา คาน พื้นอาคารหลายชั้น

ภาพรวมการใช้งานเหล็กเส้นในไทย

ในประเทศไทย เหล็กเส้นถือเป็นวัสดุโครงสร้างหลักที่ใช้ในงานคอนกรีตเสริมเหล็กแทบทุกโครงการ โดยเฉพาะในภาคก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน และเขื่อน

แนวโน้มการใช้เหล็กเส้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การเลือกเหล็กเส้นคุณภาพตามมาตรฐานเป็นเรื่องสำคัญมากยิ่งขึ้นในช่วงปี 20252026


คุณสมบัติของเหล็กเส้นกลมที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ

เหล็กเส้นกลมที่ดีต้องมีคุณสมบัติทั้งด้านความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ความทนทานต่อการกัดกร่อน และขนาดน้ำหนักที่ตรงตามมาตรฐาน มอก. เพื่อให้ใช้งานในโครงสร้างได้อย่างปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

คุณสมบัติทางกลของเหล็กเส้นกลม มอก. SR24

ในประเทศไทย เหล็กเส้นกลมส่วนใหญ่ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 และใช้ชั้นคุณภาพ SR24 สำหรับงานทั่วไป โดยมีค่าคุณสมบัติทางกลขั้นต่ำดังนี้:

  • แรงดึงจุดคราก (Yield strength) ไม่น้อยกว่า 24 กก./มม.² หรือประมาณ 240 MPa
  • ความต้านทานแรงดึงสูงสุด (Tensile strength) ประมาณ 39 กก./มม.²
  • ความยืดตัว (Elongation) ไม่น้อยกว่าประมาณ 21%
  • สามารถดัดโค้ง 180 องศาได้โดยไม่แตกร้าว โดยใช้แกนดัดประมาณ 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง

คุณสมบัติเด่นของเหล็กเส้นกลม

คุณสมบัติที่ทำให้เหล็กเส้นกลมได้รับความนิยมในงานก่อสร้างมีดังนี้:

  1. ความแข็งแรงสูง (High Strength): เหล็กเส้นกลมสามารถรับแรงดึงและแรงกดได้ดี ทำให้โครงสร้างที่ใช้เหล็กเส้นกลมมีความมั่นคงและปลอดภัย รองรับน้ำหนักได้มากโดยไม่เสียรูปหรือแตกหักง่าย
  2. ความยืดหยุ่นดี (Flexibility): เหล็กเส้นกลมดัดหรือตัดแต่งได้ตามต้องการโดยไม่เป็นรอยแตกร้าว เหมาะกับงานที่ต้องการรูปทรงซับซ้อน เช่น เหล็กปลอกหรือชิ้นส่วนดัดโค้ง
  3. ทนทานต่อการกัดกร่อน (Corrosion Resistance): เมื่อผลิตได้ตามมาตรฐานและเก็บรักษาอย่างเหมาะสม เหล็กเส้นกลมจะไม่เกิดสนิมง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกหุ้มด้วยคอนกรีตที่มีความหนาแน่นและมีระยะหุ้มที่เพียงพอ
  4. ขนาดและน้ำหนักมาตรฐาน (Standard Size & Weight): เหล็กเส้นกลม มอก. มีขนาดและน้ำหนักต่อเมตรที่แน่นอน ทำให้คำนวณปริมาณและประมาณราคาได้แม่นยำ และช่วยแยกแยะเหล็กเต็มจากเหล็กไม่เต็มได้ง่าย

เหล็กเส้น


ขนาดและน้ำหนักเหล็กเส้นกลม มอก. เลือกให้เหมาะกับงานอย่างไร

เหล็กเส้นกลมมีหลายขนาดเพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางมาตรฐานตั้งแต่ 625 มิลลิเมตร และส่วนใหญ่มีความยาวมาตรฐาน 10 หรือ 12 เมตรต่อเส้นตาม มอก. 20-2559

ในงานก่อสร้างบ้านและอาคารเตี้ย มักนิยมใช้ขนาด 6 มม. (2 หุน) 9 มม. (3 หุน) และ 12 มม. (4 หุน) เป็นหลัก เนื่องจากให้ความแข็งแรงเพียงพอและมีราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณงาน

ตารางขนาดและน้ำหนักเหล็กเส้นกลม มอก. 20-2559

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างขนาดและน้ำหนักของเหล็กเส้นกลม มอก. ที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง:

ชื่อเรียก (ท้องตลาด)ชื่อขนาด (RB)เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.)น้ำหนัก (กก./ม.)พื้นที่หน้าตัด (ตร.มม.)
เหล็กเส้นกลม 2 หุนRB660.22228.3
เหล็กเส้นกลม 3 หุนRB990.49963.6
เหล็กเส้นกลม 4 หุนRB12120.888113.1
เหล็กเส้นกลม 5 หุนRB15151.387176.7
เหล็กเส้นกลม 6 หุนRB19192.226283.5
เหล็กเส้นกลม 1 นิ้วRB25253.853490.9

ตัวอย่างการเลือกขนาดเหล็กเส้นกลมให้เหมาะกับงาน

  • เหล็กเส้นกลม 2 หุน (6 มม.): เหมาะสำหรับเหล็กปลอกเสา/คาน งานโครงสร้างรอง หรือโครงสร้างขนาดเล็กที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ลานคอนกรีตเล็ก ๆ
  • เหล็กเส้นกลม 3 หุน (9 มม.): นิยมใช้เป็นเหล็กปลอกหรือเหล็กเสริมในพื้นคอนกรีตของบ้านและอาคารขนาดกลาง ที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
  • เหล็กเส้นกลม 4 หุน (12 มม.): เหมาะกับโครงสร้างหลัก เช่น เสาและคานของบ้านพักอาศัยหรือโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมากขึ้นตามแบบวิศวกร

การเลือกขนาดควรอ้างอิงจากแบบโครงสร้างที่ออกแบบโดยวิศวกรโครงสร้างเป็นหลัก เพื่อให้โครงสร้างมีความปลอดภัยและใช้วัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เหล็กเส้นกลม


กระบวนการผลิตเหล็กเส้นกลมมีขั้นตอนอะไรบ้าง และส่งผลต่อคุณภาพอย่างไร

กระบวนการผลิตเหล็กเส้นกลมที่ได้มาตรฐานเริ่มจากการหลอมเหล็ก การหล่อ การรีด การทำให้เย็น จนถึงการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้เหล็กที่มีขนาด น้ำหนัก และคุณสมบัติทางกลตามที่กำหนดในมาตรฐาน มอก. 20-2559

ขั้นตอนหลักในการผลิตเหล็กเส้นกลม

  1. การหลอมเหล็ก (Steel Melting): นำเศษเหล็กหรือเหล็กกล้าเข้าสู่เตาหลอมที่อุณหภูมิสูงจนกลายเป็นเหล็กหลอมพร้อมสำหรับการขึ้นรูป
  2. การหล่อ (Casting): เทเหล็กหลอมลงในแม่พิมพ์เพื่อให้ได้แท่งเหล็ก (Billet) ซึ่งจะถูกนำไปรีดต่อในขั้นตอนถัดไป
  3. การรีดร้อน (Hot Rolling): นำแท่งเหล็กผ่านชุดลูกรีดหลายขั้นเพื่อปรับขนาดหน้าตัดให้เป็นเส้นกลมตามขนาดที่ต้องการ เช่น RB6, RB9, RB12 เป็นต้น
  4. การทำความเย็น (Cooling): ปล่อยให้เหล็กเส้นเย็นลงในอัตราที่ควบคุมได้ เพื่อให้ได้โครงสร้างภายในที่มีความแข็งแรงและไม่เปราะ
  5. การตัดความยาวและจัดมัด: ตัดเหล็กให้ได้ความยาวมาตรฐาน 10 หรือ 12 เมตร และจัดมัดเพื่อความสะดวกในการขนส่งและใช้งาน
  6. การตรวจสอบคุณภาพ (Quality Inspection): ตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลาง น้ำหนักต่อเมตร ความตรง และทดสอบแรงดึง/แรงดัดตามข้อกำหนดของ มอก. เพื่อยืนยันคุณภาพ

ผลของกระบวนการผลิตต่อคุณภาพโครงสร้าง

โรงงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก. อย่างเคร่งครัดจะได้เหล็กเส้นกลมที่มีคุณสมบัติทางกลสม่ำเสมอ ทำให้การออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรมมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้มากขึ้น

ในทางกลับกัน หากเหล็กผลิตโดยไม่ควบคุมกระบวนการ เช่น ลดขนาดหรือน้ำหนักให้เบาลงจากมาตรฐาน จะกลายเป็น เหล็กไม่เต็ม ที่รับแรงได้ไม่ตรงตามที่ออกแบบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ


เคล็ดลับเลือกเหล็กเส้นกลมคุณภาพสูงให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

การเลือกเหล็กเส้นกลมคุณภาพที่ดีเริ่มตั้งแต่การดูมาตรฐาน มอก. บนตัวเหล็ก การวัดขนาดและชั่งน้ำหนักเทียบตารางมาตรฐาน ไปจนถึงการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้เพื่อลดความเสี่ยงจากเหล็กไม่เต็มหรือเหล็กคุณภาพต่ำ

เช็กลิสต์ตรวจสอบเหล็กเส้นกลมหน้างาน

  • ตรวจสัญลักษณ์ มอก. และเกรดเหล็ก: มองหาตราสัญลักษณ์ มอก. 20-2559 และตรายี่ห้อโรงงานบนตัวเหล็กหรือในเอกสารกำกับ พร้อมตรวจสอบว่าเป็นชั้นคุณภาพ SR24 สำหรับงานทั่วไป
  • วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง: ใช้เวอร์เนียวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กว่ามีค่าใกล้เคียงตามขนาดระบุ เช่น RB6 ควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มม. RB9 ประมาณ 9 มม. เป็นต้น
  • ชั่งน้ำหนักเทียบตารางมาตรฐาน: ชั่งเหล็ก 1 เส้นแล้วหารด้วยความยาว เพื่อดูว่าน้ำหนักต่อเมตรอยู่ในช่วงใกล้เคียงมาตรฐาน เช่น RB6 ประมาณ 0.222 กก./ม. RB12 ประมาณ 0.888 กก./ม. หากเบากว่ามากอาจเป็นเหล็กไม่เต็ม
  • ตรวจพื้นผิวและความตรง: พื้นผิวควรเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีรอยแตก รอยบุบ หรือสนิมลึก และเหล็กควรตรง ไม่บิดงอมากจนกระทบการผูกเหล็ก
  • ทดสอบการดัด: นำตัวอย่างเหล็กเส้นดัดโค้งดู หากมีรอยแตกร้าวหรือลอกบริเวณผิวอย่างชัดเจน แสดงว่าเนื้อเหล็กอาจไม่มีคุณภาพตามมาตรฐาน

เลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

การเลือกซื้อเหล็กเส้นกลมจากผู้จำหน่ายที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ด้านวัสดุก่อสร้างจะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเหล็กไม่เต็มหรือเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เพราะผู้จำหน่ายที่มีความรับผิดชอบมักคัดสรรเหล็กจากโรงงานที่ได้รับรอง มอก. อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ผู้จำหน่ายที่ดีมักมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องขนาด ปริมาณ และการจัดส่ง รวมถึงมีบริการเสริมเช่นการตัดเหล็กตามความยาวที่ต้องการ ซึ่งช่วยให้ใช้วัสดุได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นในโครงการของคุณ

เหล็กเส้น ราคา


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหล็กเส้นกลม (FAQ)

ส่วนนี้รวบรวมคำถามยอดนิยมเกี่ยวกับเหล็กเส้นกลม เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้วัสดุได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น ทั้งสำหรับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมามืออาชีพ

Q1: เหล็กเส้นกลมแตกต่างจากเหล็กเส้นข้ออ้อยอย่างไร?

A1: เหล็กเส้นกลมมีผิวเรียบ ส่วนเหล็กเส้นข้ออ้อยมีบั้งบนผิวเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับคอนกรีต ทำให้เหล็กข้ออ้อยเหมาะกับงานโครงสร้างหลักที่รับแรงสูง เช่น เสาและคาน ในขณะที่เหล็กเส้นกลมมักใช้เป็นเหล็กปลอกหรือโครงสร้างรองเพราะดัดง่ายและประหยัดต้นทุนมากกว่า

Q2: สามารถใช้เหล็กเส้นกลมในโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูงได้หรือไม่?

A2: เหล็กเส้นกลมสามารถใช้ในโครงสร้างที่รับแรงได้ระดับหนึ่ง หากเลือกขนาดและเกรดที่เหมาะสมและผ่านการออกแบบโดยวิศวกรโครงสร้าง แต่สำหรับงานที่รับแรงสูงมากหรืออาคารหลายชั้นมักนิยมใช้เหล็กเส้นข้ออ้อยเป็นหลักร่วมกับเหล็กเส้นกลมในส่วนเหล็กปลอก

Q3: มีวิธีตรวจสอบคุณภาพเหล็กเส้นกลมเบื้องต้นเองได้หรือไม่?

A3: คุณสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยการดูตรา มอก. บนตัวเหล็ก วัดเส้นผ่านศูนย์กลางเทียบกับขนาดที่สั่ง ชั่งน้ำหนักต่อเมตรเทียบกับตารางมาตรฐาน และตรวจพื้นผิวไม่ให้มีรอยแตกหรือสนิมลึก ส่วนการทดสอบด้านแรงดึงหรือคุณสมบัติทางกลควรให้ห้องปฏิบัติการหรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ

Q4: อายุการใช้งานของเหล็กเส้นกลมเป็นอย่างไร?

A4: หากใช้เหล็กเส้นกลมมาตรฐาน มอก. และติดตั้งในคอนกรีตที่ผสมและบ่มอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งมีการป้องกันความชื้นและสารเคมีที่เหมาะสม เหล็กเส้นกลมสามารถมีอายุการใช้งานได้หลายสิบปีโดยไม่เกิดปัญหาการกัดกร่อนรุนแรงหรือความเสียหายต่อโครงสร้าง

Q5: มีบริการตัดเหล็กเส้นกลมตามขนาดที่ต้องการหรือไม่?

A5: ร้านจำหน่ายเหล็กหลายแห่ง รวมถึงผู้จำหน่ายที่เชี่ยวชาญด้านเหล็กเส้น มักมีบริการตัดเหล็กเส้นกลมตามความยาวที่ลูกค้าต้องการ เพื่อช่วยลดเศษวัสดุและประหยัดต้นทุน คุณสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขบริการกับผู้จำหน่ายได้โดยตรง

Q6: จะรู้ได้อย่างไรว่าเหล็กเส้นกลมที่ซื้อเป็นเหล็กเต็มหรือเหล็กไม่เต็ม?

A6: วิธีหลักในการเช็กคือดูตรา มอก. วัดเส้นผ่านศูนย์กลางและชั่งน้ำหนักต่อเมตรเทียบกับตารางมาตรฐาน หากน้ำหนักเบากว่ามาตรฐานมากหรือลักษณะผิวและขนาดผิดเพี้ยนอย่างเห็นได้ชัด มีโอกาสสูงว่าจะเป็นเหล็กไม่เต็มที่ถูกลดขนาดเพื่อลดต้นทุน ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ในงานโครงสร้าง


สรุป: เลือกเหล็กเส้นกลมมาตรฐาน มอก. จากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

เหล็กเส้นกลมเป็นวัสดุก่อสร้างสำคัญที่ช่วยให้โครงสร้างคอนกรีตมีทั้งความแข็งแรงและความทนทาน การเลือกใช้เหล็กเส้นกลมที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 20-2559 มีขนาดและน้ำหนักต่อเมตรตรงตามตารางมาตรฐาน และมาจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านโครงสร้างและเพิ่มความคุ้มค่าของงบประมาณในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหาเหล็กเส้นกลมคุณภาพสำหรับโครงการของคุณ แนะนำให้เตรียมข้อมูลประเภทงานก่อสร้าง ขนาดพื้นที่ และงบประมาณคร่าว ๆ แล้วปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเหล็กเพื่อเลือกขนาดและปริมาณเหล็กที่เหมาะสม ทั้งปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรมและคุ้มค่ากับการลงทุนของคุณ

สนใจสั่งซื้อเหล็กเส้น ราคาส่ง ติดต่อได้ทาง

โกดังเหล็ก ราชบุรี
92/17 ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง ราชบุรี 70110

Tel : 089-119-9919

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้